วันนี้ขอนำเสนอผลไม้ไทย คือ กล้วยดีๆนี่แอง  กล้วยแบ่งออกหลายๆชนิด เป็นพืชที่กินได้ทุกส่วน มาดูกันเลยค่ะว่ากล้วยที่พูดถึง จะมีคุณประโยชน์อะไรบ้าง และถ้าร่างกายได้รับปริมาณมากๆจะส่งผลให้ร่างกายเป็นอย่างไรบ้าง

“กล้วย” มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า “Musa ABB group (Triploid) CV” “Nam Wa”-กล้วยน้ำว้า ชื่อภาษาอังกฤษ Banana, Cultivated bananaชื่อท้องถิ่น กล้วยมะลิอ่อง กล้วยกะทิอ่อง กล้วยไข่ กล้วยใต้ กล้วยนาก กล้วยน้ำว้า กล้วยเล็บมือนาง กล้วยส้ม กล้วยหอม กล้วยหอมจันทร์ กล้วยหักมุก กล้วยยาไข่ กล้วยสะกุย“กล้วย” จัดเป็นไม้ล้มลุกอายุหลายปี มี “ลำต้น” อยู่ใต้ดินที่เราเรียกกันว่า “หน่อกล้วย” ส่วนที่เหนือต้นเป็นลำต้นเทียม เกิดจากภายในห่อหุ้มซ้อนกัน มีลักษณะคล้ายเป็นลำต้นใบเดียวขนาดใหญ่ออกเรียงเวียนสลับกันรูปขอบขนาน ปลายตัด ขอบเวียน เส้นกลางใบแข็งมีเส้นใยจำนวนมากออกจากเส้นกลางไปทั้ง 2 ข้าง ขนานกันไปจรดขอบในก้านใบยาวเป็นส่วน ดอกออกเป็นช่อเรียกว่า “ปลี” ห้อยลง ก้านช่อดอกแข็ง ดอกย่อยแยกเพศอยู่บนต้นเดียวกันดอกเพศเมียจะอยู่ตอนล่างของช่อดอกและบานก่อน แต่ละช่อย่อยจะรองรับด้วยใบประดับขนาดใหญ่สีม่วงแดง (กาบปลี) ดอกย่อยรูปทรงกระบอก มีกลีบดอก 6 กลีบ มี 1 กลีบเดี่ยวขนาดเล็ก ที่เหลืออีก 5 กลีบเชื่อมติดกันเป็นหลอดปลายแยกเป็น 5 แฉก”ผล” ทรงกระบอกหรือมีเหลี่ยมเล็กน้อย เปลือกหนาสีเขียว เมื่อสุกเปลือกจะมีสีเหลือง มีรสหวานรับประทานได้ส่วน “ผลดิบ” ใช้เป็นยาสมุนไพร รักษาอาการจุกเสียดและอาการท้องเสีย “กล้วย” เป็นพืชที่มีคุณค่า เป็นพืชประจำครัวเรือน ยังมีคำคำหนึ่งที่เป็นมงคลว่า ปลูกเอาไว้หน้าบ้านหรือหลังบ้านก็ได้ จะทำอะไรก็ให้สำเร็จง่ายๆ แบบ “กล้วยๆ” กล้วยเป็นพืชใช้ประโยชน์ได้สารพัดทุกๆ ส่วนของกล้วย นอกจากเป็นอาหารแล้ว ลำต้น ใบ…และอื่นๆ มีคุณค่า ได้แก่ ส่วนที่ใช้ผลดิบ ผลสุก หัวปลี ผล ใบ และรากคุณค่าทางโภชนาการให้คาร์โบไฮเดรต โปรตีน ไขมัน กากไฟเบอร์ กรดอะมิโนวิตามินเอ บี ซี แคลเซียม เหล็ก โพแทสเซียม ทองแดง แทนนิน

สรรพคุณและการใช้ประโยชน์

ผลดิบ : ใช้ป้องกันและรักษาแผลในกระเพาะอาหาร รักษาท้องเสียเรื้อรัง อาหารไม่ย่อย โดยหั่นทั้งเปลือกเป็นแว่นตากแห้งแล้วบดเป็นผง ปั้นเป็นเม็ดหรือชงในน้ำร้อนดื่ม ใช้ครั้งละประมาณเท่ากับกล้วยครึ่งซีกหนึ่งผล หรือนำผลมาใช้โรยรักษาแผลเน่าเปื่อย แผลติดเชื้อ แผลเรื้อรัง

ผลสุก : ช่วยขับถ่ายระบายท้อง มีฤทธิ์ต้านแบคทีเรียและเชื้อรา แก้ท้องผูก บำรุงร่างกาย บำรุงกำลัง รักษาแผลในกระเพาะอาหาร

เปลือกผลดิบ : ใช้สมานแผล

หัวปลี : แก้โรคลำไส้ แก้โลหิตจาง ลดน้ำตาลในเลือด แก้ร้อนในกระหายน้ำ บำรุงน้ำนม บำรุงโลหิต คั้นน้ำบำรุงโลหิตแก้ถ่ายเป็นมูกเลือด

ยาง : ใช้สมานแผล ห้ามเลือด

ใบ : ใช้ต้มอาบแก้เม็ดผดผื่นคัน ปิ้งปิดแผลไฟไหม้

ราก : ต้มดื่มแก้ร้อนใน กระหายน้ำ แก้ไอ ท้องเสีย แก้บิด แก้ผื่นคัน

กาบต้น : ลำต้นใช้ทำเชือก ทำแพ เลี้ยงหมู และประเพณีลอยกระทง ใช้ทำกระทงลอยน้ำ

สารสำคัญที่มีอยู่ใน “กล้วย” คือ “สารแทนนิน” มีฤทธิ์ฝาดสมาน ใช้แก้อาการท้องเสียได้

สาร Sitoindoside เป็นกลุ่มสเตียรอยด์ (Steriod) เพราะฉะนั้น การใช้ระยะยาวจึงต้องระมัดระวัง เนื่องจากยังไม่มีผู้ศึกษาพิษเรื้อรังของสารกลุ่มนี้ฤทธิ์ทางเภสัชวิทยา : สิ่งที่ไม่น่าเชื่อเลยว่า “กล้วย” คนส่วนใหญ่ที่กินกันเป็นประจำ นอกจากจะซื้อหาง่าย ราคาถูก สะดวกกิน ยังส่งผลในการได้รับวิตามิน ท้องไม่อืด ในเรื่องระบายท้องเป็นหลัก กล้วยยังมีฤทธิ์ฆ่าเชื้อแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุของท้องเสียที่ทำให้เกิดโรคไทฟอยด์อีกด้วยที่น่าสนใจอีกเรื่องหนึ่งคือมีฤทธิ์ต้านการเกิดแผลในกระเพาะอาหารโดยเฉพาะรายที่กินยาแก้ปวดไขข้ออักเสบต่างๆเช่นกลุ่มยาอินโดเมธาซิน (Indomethacin) และยังเชื่อว่าแป้งจากผลกล้วยออกฤทธิ์สมานแผลและเพิ่มความแข็งแรงของเยื่อเมือกในทางเดินอาหารได้ด้วยผู้เขียนเห็นว่า”กล้วย”เป็นพืชที่ใช้ประโยชน์สารพัดนึกขยายพันธุ์ได้ง่ายโดยแตกหน่อ“คนไทย” สมัยก่อนใช้ปลูกเป็นไม้คู่บ้านคู่เรือนของคนไทย มีทุกบ้านเรือน นอกจากปลูกหรือเป็นสิ่งมงคลของบ้าน ขอให้บ้านนี้ประสบความสำเร็จ ทำให้อะไรก็บรรลุวัตถุประสงค์โดยสะดวก แต่ที่สำคัญ เวลา “คน” จะเข้าเรือนออกเรือน โดยเฉพาะวัยหนุ่มสาวในพิธีมงคลสมรส เขาใช้ “ต้นกล้วย” ทั้งต้น มี “เครือกล้วย” ใช้ยก “ต้นกล้วย” นำแห่ขันหมากของฝ่ายชาย “เจ้าบ่าว” ไปสู่ขอ “เจ้าสาว” มักจะมีต้นอ้อยควบคู่ไปด้วย คนโบราณเขาถือเคล็ดว่า ขอให้มีการสู่ขอให้ประสบความสุขความสำเร็จในครอบครัว เจริญงอกงาม มีลูกๆ หลานๆ ออกมาสืบตระกูลที่อุดมสมบูรณ์คือ การแตกหน่อแตกกอของหน่อกล้วยและต้นอ้อยที่เจริญงอกงาม แต่ผู้เขียนต่อเติมว่า ขอให้เจ้าบ่าวสู่ขอฝ่ายหญิงโดยพ่อตาแม่ยายยินยอมยก “ลูกสาว” ให้ฝ่ายชายง่ายดายเหมือน “ปอกกล้วยเข้าปาก” ไงเล่าครับ

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here