ถ้าจะพูดถึงลองกองแล้วนั้น หลายคนคงชอบรับประทานผลไม้ลองกองกันอย่างมาก เพราะนอกจากจะมีรสชาติที่อร่อยและมีประโยชน์ต่อสุขภาพแล้วนั้น เชื่อว่าหลายคนเคยกินลองกองมาไม่รู้กี่กิโลแต่ยังไม่เคยทราบถึงสรรพคุณของลองกองมาก่อนเลยว่าในผลไม้ลองกองนั้นล้วนแต่คุณค่าทางโภชนาการและประโยชน์อย่างมากเลยเลยทีเดียว

เห็นผลกลม ๆ ผิวกระด่างกระดำยังงั้นแต่จริง ๆ แล้วประโยชน์ของลองกองก็ดีงามใช่ย่อยนะคะ ซึ่งหากใครยังไม่เคยรู้ถึงประโยชน์ของลองกองมาก่อน วันนี้เราจะได้รู้จักลองกองกันมากขึ้น พร้อมทั้งขอถือโอกาสชี้แจงในประเด็นคำถามเกี่ยวกับลองกองด้วยว่า กินลองกองแล้วอ้วนไหม ลองกองน้ำตาลเยอะไหม และคนท้องกินลองกองได้ไหม มาเคลียร์ทุกข้อสงสัยไปพร้อมกับทำความรู้จักลองกองกันเลย

ลองกอง และความเป็นมา

ลองกองเป็นผลไม้ที่มีถิ่นกำเนิดมาจากหมู่เกาะมลายู อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ และทางภาคใต้ของประเทศไทย ดังนั้นลองกองจึงถูกเรียกขานในหลายชื่อ เช่น ลังสาด (ภาษามาเลย์ : Langsart), ดูกู (ภาษาอินโดนีเซีย), ลองกอง (ภาษายาวี : ดอกอง) ส่วนลองกอง ภาษาอังกฤษจะเรียกว่า Langsart Fruit หรือ Lanzone
ลองกอง กับลักษณะทางพฤกษศาสตร์

ลองกองมีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Lansium domesticum Corr. เป็นพืชในวงศ์ MELIACEAE ที่มีระบบรากแก้ว รากแขนง และรากฝอย แผ่กระจายจากลำต้นประมาณ 3-5 เมตร โดยรากหยั่งลึกไม่เกิน 20 เซนติเมตร โดยประมาณส่วนลำต้นของลองกองค่อนข้างกลมและตั้งตรง ความสูงโดยทั่วไปจะอยู่ราว ๆ 15-30 เมตร มีเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 30-40 เซนติเมตร เปลือกลำต้นค่อนข้างเรียบบาง มีสีขาวปนน้ำตาล

ใบลองกองเป็นใบย่อยแตกออกจากก้านใบเป็นคู่ตรงข้าม ก้านใบยาวประมาณ 30-50 เซนติเมตร ใบย่อยกว้างประมาณ 5-7.5 เซนติเมตร ยาว 10-15 เซนติเมตรโดยประมาณ ใบมีขนาดใหญ่ หนา ใต้ใบเรียบไม่มีขน ด้านหน้าของใบมีสีเขียวเข้มเป็นมัน ส่วนด้านหลังใบเป็นสีเขียวจาง ลักษณะใบยาวรีเป็นรูปไข่ ปลายใบมนเป็นคลื่น เส้นใบย่อยลึก ดอกลองกองเป็นดอกรวมอยู่ในช่อดอก การจัดเรียงของดอกภายในช่อเป็นแบบสลับกัน เป็นดอกสมบูรณ์เพศ มีเกสรตัวผู้และเกสรตัวเมียอยู่ในดอกเดียวกัน กลีบของดอก มี 5 กลีบ ดอกสามารถเจริญเป็นผลโดยไม่ต้องมีการผสมเกสร ส่วนผลของลองกองมีลักษณะกลมรีเล็กน้อย จำนวนผล 10-40 ผลต่อช่อ เส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 2-2.5 เซนติเมตร บนผิวเปลือกจะมีตุ่มนูนเล็ก ๆ เป็นต่อมน้ำหวาน เปลือกแท้จะไม่มียาง

เมล็ดลองกองในหนึ่งผลจะมีเมล็ดน้อยเพียง 1-2 เมล็ด หรือบางผลมีเพียงเมล็ดลีบเท่านั้น เมล็ดที่สมบูรณ์ค่อนข้างใหญ่ รูปร่างกลมรี ด้านหนึ่งโค้งมน ด้านหนึ่งแบนราบ มีสีเขียวอมเหลือง มีรอยแตก

ประโยชน์ของลองกอง

1.แก้ร้อนใน

ผลลองกองมีสรรพคุณเป็นผลไม้ดับร้อน สามารถช่วยลดความร้อนในร่างกาย เมื่อกินลองกองเป็นประจำจะช่วยป้องกันอาการไข้ตัวร้อน และอาการร้อนในได้ เนื่องจากอุดมไปด้วยฟอสฟอรัสและวิตามินบีถึง 2 ชนิดด้วยกัน

2.ไฟเบอร์สูง ดีต่อระบบขับถ่าย

ลองกองเพียงแค่ 100 กรัม (6-7 ผล) ก็ให้ใยอาหารเราได้มากถึง 2 กรัม ซึ่งถ้าวัดกันเป็นเปอร์เซ็นต์แล้วจะเห็นได้ว่าลองกองไม่ถึง 10 ผลก็ให้ใยอาหารได้ประมาณ 8-11% ของปริมาณใยอาหารที่ร่างกายควรได้รับต่อวันแล้วนะคะ ดังนั้นจะบอกว่าลองกองเป็นผลไม้แก้ท้องผูกอีกตัวก็อาจจะได้

แต่นอกเหนือจากนั้นคือไฟเบอร์ที่ได้จากผลไม้จะช่วยชะล้างคอเลสเตอรอลตกค้างในร่างกายของเราออกมาทางระบบขับถ่ายด้วย ทำให้ความเสี่ยงโรคหลอดเลือดหัวใจหรือไขมันอุดตันเส้นเลือดลดลงไปด้วยนั่นเอง ทว่าทั้งนี้ก็ควรต้องกินไฟเบอร์จากอาหารชนิดอื่น ๆ ร่วมด้วยนะคะ

3.เติมพลังกาย

วิตามินบี 1 ในลองกองมีส่วนช่วยเพิ่มการทำงานของระบบต่าง ๆ ภายในร่างกาย เพราะเป็นวิตามินที่ช่วยดึงอาหารหมู่คาร์โบไฮเดรตมาเผาผลาญและเปลี่ยนเป็นเชื้อเพลิงให้ร่างกายดึงไปใช้ทำกิจกรรมต่าง ๆ ในแต่ละวัน และยังช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันให้เป็นปกติอีกด้วยนะคะ

4.ช่วยบำรุงระบบประสาท

เนื่องด้วยในลองกองมีวิตามิน B1 และ B2 ในปริมาณพอสมควร ซึ่งวิตามินบีหรือที่เรียกอีกชื่อหนึ่งว่า ไรโบฟลาโวน จะช่วยเสริมการทำงานของระบบประสาทให้ทำงานเต็มประสิทธิภาพมากขึ้น

5.สารต้านอนุมูลอิสระสูง ช่วยบำรุงดูแลเซลล์ในร่างกาย

เห็นผลเล็ก ๆ ผิวพรรณไม่สวยงามอย่างนั้น แต่เนื้อในผลของลองกองแอบซ่อนสารต้านอนุมูลอิสระไว้ไม่ใช่น้อยเลยล่ะ โดยผลการศึกษาในวารสาร Food Chemistry เมื่อปี 2006 เผยว่า ลองกองเป็นผลไม้ที่อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระในปริมาณที่พอ ๆ กับผลไม้อย่างกล้วยและมะละกอเลยทีเดียว ซึ่งสารต้านอนุมูลอิสระที่พบในผลลองกองนี้มีส่วนช่วยปกป้องเซลล์ในร่างกายไม่ให้ถูกทำลายได้โดยง่าย ช่วยลดความเสี่ยงต่อโรคเรื้อรังได้หลายชนิด

การเลือกซื้อลองกอง

เทคนิคดี ๆ ในการเลือกซื้อลองกองมีอยู่ไม่มากค่ะ ดังนี้เลย

– ควรชิมก่อนว่าลองกองหวานหรือไม่

– ควรเลือกซื้อลองกองผิวเรียบ ไม่มีรอยด่างดำมากเกินไป และเลือกลองกองที่มีขนาดผลเท่า ๆ กัน

ขอบคุณที่มา  กองโภชนาการ กรมอนามัย  ศูนย์วิจัยพืชยืนต้นและไม้ผลเมืองร้อน มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
สำนักงานท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดระยอง  พืชเกษตร

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here